เนื่องจากทุกวันนี้ คนเรานั้นมีส่วนที่จะต้องเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจติดต่อประสานงานกับคนอื่น ๆ ในด้านต่าง ๆ อยู่มากมายและไม่ได้มีเพียงแค่ญาติหรือคนสนิทที่เรารู้จักเท่านั้น แต่ยังมีคนอื่น ๆ ที่ทำธุรกิจร่วมกับเราได้ และเมื่อคนเรามีสังคมมากขึ้น ก็ย่อมมีงานสังคมเชิญให้เป็นเกรียติร่วมในงานต่าง ๆ นั้นด้วย การได้รับเชิญไปงานต่างๆ นั้นก็จะเป็นงาน
ตอนกลางคืนไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงต้อนรับ หรืองานเลี้ยงความสำเร็จของบริษัท หรืองานเลี้ยงขอบคุณในโอกาสต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็แล้วแต่นั้นเราจะต้องใส่เสื้อผ้าด้วยชุดราตรีสำหรับใส่ไปงานตอนกลางคืน ไม่ควรที่จะใส่ชุดทำงานในตอนกลางวันไป เพราะถือว่าเป็นการไม่ให้เกรียติเจ้าภาพได้ ชุดราตรี ในสมัยนี้ก็หาไม่อยากเหมือนเมื่อก่อนแต่ก่อนที่จะซื้อหรือเช่านั้นก็ต้องคำนึงถึงปัจจัยหลาย ๆ อย่างด้วยว่าถ้าซื้อไปแล้วจะคุ้มไหม ใส่ได้เพียงกี่ครั้ง ถ้าใส่ได้เพียงครั้งเดียวก็ไม่ควรที่จะซื้อเพราะเสียดายเงิน แต่ถ้าคิดว่าซื้อแล้วใส่ได้หลายงานนั้นก็ซื้อมาเก็บไว้ได้เหมือนกัน แต่ต้องรักษาให้ดี ๆ หน่อยนะคะ
 
 
         กระเป๋านั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งก็ว่าได้ เพราะคงไม่มีใครเดินเข้าไปในงานโดยไม่ถืออะไรเลยนั้นก็คงจะเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะชุดราตรีของผู้หญิงนั้นไม่มีกระเป๋าให้ใส่อะไรได้เลย แม้กระทั้งโทรศัพท์ เพราะการตัดเย็บชุดราตรีนั้นต้องมีการตัดให้เข้ารูปและมีความเรียบร้อยเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นจึงต้องถือกระเป๋าแยกออกมาอีกชิ้นหนึ่งด้วย แต่เราจะมาดูถึงวิธีการเลือกกระเป๋า ให้เข้ากับชุดราตรีกันนั้น เริ่มจากสีของกระเป๋าจะเป็นเป็นสีโทนเดียวกับชุดที่จะใส่ไม่ควรเป็นสีที่ตัดกันมากเกินไป ส่วนขนาดนั้นก็ต้องไม่เล็กให้ไม่ใหญ่จนเกินไป เอาแบบที่ถือแล้วถนัดมือหรือพอดีกับมือ จะมีสายคล้องก็ได้หรือไม่มีสายคล้องก็ได้แล้วแต่ความชอบ และในส่วนสุดท้ายนั้นก็คือแบบของกระเป๋า แบบของกระเป๋าถือส่วนใหญ่เแล้วจะเห็นเป็นแบบทรงสี่เหลี่ยมหรือทรงกลมและเป็นสีเรียบๆ หรืออาจจะมีลายปักเลื่อมก็ได้ แต่ไม่มากนัก ซึ่งเราไม่ควรเลือกกระเป๋าที่ประดับไปด้วยของตกแต่งเยอะ ๆ พร้อมจะทำให้ดูแล้วไม่สุภาพได้คะ
 
 
          นอกจากจะเลือกชุดราตรีได้เรียบร้อยแล้ว   อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือรองเท้า เราจะมีวิธีการเลือกรองเท้าอย่างไร ให้เข้ากับชุดราตรีที่ใส่อยู่นั้น ซึ่งชุดราตรีเองก็มีทั้งแบบสั้น แบบยาว รวมถึงสีของชุดนั้นก็ต้องเข้ากับรองเท้าด้วย เพื่อไม่ให้ดูแล้วแแปลกตาจนเกินไป วิธีการเลือกรองเท้าให้เข้ากับชุดราตรีนั้นหลัก ๆ ก็จะมีอยู่สองประเภท คือ  1. ชุดราตรีแบบสั้น ไม่ว่าจะเป็นชุดแบบเกาะอกหรือชุดแบบสายเดี่ยวนั้น เราสามารถเลือกใส่ร้องเท้าที่มีลูกเล่นได้ แต่ต้องไม่เป็นสีที่ฉุดฉาดจนเกินไป รองเท้านั้นอาจจะมีการเปลือยหน้าเท้าหรือรัดข้อได้ แต่ไม่ควรใส่แบบคัชชู เพราะจะทำให้ดูเชยจนเกินไป 2.ชุดราตรีแบบยาว ชุดราตรีแบบยาวนั้นส่วนใหญ่ก็จะมีทั้งแบบที่คลุมทั้งหมดและมีทั้งทรงตรงและทรงบาน ซึ่งเราอาจเลือกเป็นรองเท้าส้นสูงหรือส้นเตี้ยก็ได้ แต่ก็ไม่ควรเตี้ยจนติดพื้นเกินไป เพราะจะดูไม่สง่างาม ส่วนสีของรองเท้าก็ควรเลือกสีที่เป็นกลาง ๆ ซะหน่อย หรือจะมีลูกเล่นก็ได้ด้วยโบว์เล็ก ๆ หรือเพชรติดแวววับก็ได้คะ
 
 
           การแต่งตัวด้วยชุดราตรีนั้นเราจะไม่เห็นคนส่วนใหญ่แต่งกายด้วยชุดเพียงอย่างเดียว เพราะการใส่ชุดราตรีนั้นเรียกได้ว่าเป็นชุดที่สวยที่สุดหรือวิเศษที่สุดสำหรับผู้สวมใส่ ซึ่งว่าวันนั้นคุณจะต้องสวยดุจดังเจ้าหญิงในเทพนิยายเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นเราจะใส่เพียงชุดเปล่า ๆ อย่างเดียวไม่ได้ แต่ยังต้องมีเครืองประดับหรือ accessoriesเสริม เพื่อเพิ่มความสง่างามได้     เครื่องประดับนั้นเราไม่จำเป็นที่จะต้องขนชุดเครื่องเพชรทีมีราคาแพงมีสวมใสกัน    เพราะนอกจากจะ
เกิดอันตรายแล้วยังทำให้ยากต่อการดูแลได้อีกด้วย แต่ถ้าหากว่าใครมีจริงๆ แล้วอยากจะใส่ก็ไม่ว่ากันคะ ส่วนเครื่องประดับที่เราเลือกที่จะสวมใส่ให้เข้ากับชุดนั้นก็ควรที่จะเป็นเซ็ตเดียวกันไปเลย คือ ต่างหู สร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน แต่สำหรับนาฬิกานั้นงานนี้ต้องงดใส่ก่อนคะ เครื่องประดับที่เราจะนำมาใส่นั้นแน่นอนว่าจะต้องเป็นเครื่องประดับที่มีความแวววาว อาจจะเป็นคริตตัสก็ได้ หรือจะเป็นเพชรรัชเซียที่มีความงามไม่แพ้เพชรจริงได้เหมือนกัน แต่ไม่ควรเลือกชิ้นที่ใหญ่จนเกินไปแต่ควรเลือกชิ้นที่เล็กพอดีตัวจะดีกว่า
 
 
       เมื่อได้แต่งตัวชุดไปงาน สวย ๆ แล้วจะไม่แต่งหน้าทำผมกันได้อย่างไร      ถึงแม้ว่าใครจะบอกว่าหน้าของฉันสวยอยู่แล้ว    แต่ถ้าได้แต่งหน้าแล้วจะทำให้หน้าสวยยิ่งขึ้นไปได้อีกการแต่งหน้าไปงานตอนกลางคืนนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องแต่งเข้มก็ได้ เพราะสถานที่ที่เราไปนั้นจะต้องมีแสงไฟอยู่แล้ว   คงไม่ใช่สถานที่มืด ๆ แต่อย่างใด การแต่งหน้านี้จะทำให้หน้าของเราดูมีมิติมากยิ่งขึ้น และทำให้มั่นใจในขณะที่สวมใส่ชุดราตรีนั้นได้ ไม่ใช่หน้าซีดเหมือนไก่ต้ม ส่วนในเรื่องของทรงผมนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับคนๆ นั้นด้วยว่ามีผมมากน้อยเท่าไหน อย่างคนผมสั้นก็จะทำอะไรกับผมไม่ได้มาก อย่างมากก็แค่งเซ็ตและจัดทรงให้เข้าที่ ส่วนคนผมยาวนั้นก็เลือกไม่ถูกเลยว่าจะทำผมทรงไหนดี เพราะมีทั้งแบบกล้าวขึ้นและปล่อยโดยการม้วนลอนได้ตามในชอบ บางคนเมื่อทำผมเสร็จแล้วก็อาจจะหาเครื่องประดับหรือดอกไม้ปลอมมาติดเพื่อเพิ่มลูกเล่นให้แก่ทรงผมของเราได้เหมือนกัน แต่ถ้าใครนึกภาพไม่ออกก็สามารถเปิดดูตัวอย่างได้ตามเว็ปไซต์ต่าง ๆ ได้เหมือนกัน